เกษตรกรรม

การทำเกษตรแบบธรรมชาติ (ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง) โดยใช้สัตว์เป็นยุทธศาสตร์ในการพัฒนาการเกษตร

  • หัวใจสำคัญของการทำการเกษตรแบบธรรมชาติ คือ การผลิตการผลิตน้ำหมักจุลินทรีย์ 3 ประเภท 7 ชนิด
  • การผลิตเชื้อราขาว และการผลิตน้ำหมักจุลินทรีย์ป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์ เน้นการลดต้นทุนการผลิตรวมไปถึงการใช้ปัจจัยการผลิตที่มีในท้องถิ่น คำนึงถึงความปลอดภัยจากสารพิษ (ไม่ใช้สารเคมี) และการส่งเสริมสภาพแวดล้อมตลอดจนถึงการนำแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มาปรับใช้ในการผลิตทางการเกษตร
  • การนำเอาเชื้อจุลินทรีย์มาใช้ในการผลิตทางการเกษตร ได้แก่ การปลูกพืช เลี้ยงสัตว์ และการประมง บนฐานความคิดที่ว่า อยู่ที่ไหนใช้จุลินทรีย์ที่นั้น จุลินทรีย์ดังกล่าวนี้ คือ เชื้อราขาว
  • เชื้อราขาวเป็นสิ่งมีชีวิตที่มีขนาดเล็กมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า มีประโยชน์ต่อธรรมชาติ ไม่ชอบแสงแดด ชอบกินของหวานจากน้ำตาลทรายแดงและน้ำหมักจุลินทรีย์ 7 ชนิด โดยสรุป เป็นการผลิตอาหารสัตว์ใช้เองราคาถูกนำไปเลี้ยงสัตว์และประมง ผลิตปุ๋ยราคาถูกใช้เอง (จากวัสดุรองพื้นคอกสัตว์หรือสัตว์ทำสัตว์หมักและคนทำคนหมัก) นำไปใช้กับการปลูกพืชโดยใช้จุลินทรีย์ แล้ววางแผนการปลูกพืชเลี้ยงสัตว์ประมงให้เกิดรายได้

การผลิตเชื้อราขาว

                   ประโยชน์ของเชื้อราขาวได้แก่ ช่วยย่อยสลายเร็ว(ทำปุ๋ยหมัก) ปรับความเป็นกรด-ด่าง ทำให้ดินปลดปล่อยแร่ธาตุ ทำให้ดินโปร่งมีออกซิเจน(จุลินทรีย์ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ) ทำให้พืชต้านทานโรคลดต้นทุนการผลิต เพิ่มผลผลิต พัฒนาสิ่งแวดล้อม(กำจัดขยะ กำจัดกลิ่นเหม็น กำจัดมลภาวะ)

          การผลิตเชื้อราขาวทำได้ 3 อย่าง ได้แก่

1. การเก็บเชื้อราขาว (IMO1) โดยใช้ข้าวหุงใส่กระบะไม้ ปิดด้วยกระดาษนำไปวางไว้ใต้ต้นไผ่ 4-5 วัน แล้วผสมคลุกเคล้ากับน้ำตาลทรายแพงใส่กระปุกปิดฝา เก็บไว้ในห้องน้ำ

2. การทำหัวเชื้อราขาว (IMO2)

1) เตรียมของแห้ง ได้แก่แกลบกลาง 30 กก. และมูลสัตว์แห้ง 30 กก.

2) เตรียมของเปียก คือ น้ำหมักจุลินทรีย์ 7 ชนิดอย่างละ 2 ช้อน กับเชื้อราขาว 2 ช้อน น้ำตาลทรายแดง 2 ช้อน ผสมน้ำ 10 ลิตร ทำ 3 ชุด

3) เตรียมอุปกรณ์ได้แก่ พลั่ว คราด บัวรดน้ำ ฟางแห้ง 1 มัด ไม้กวาดทางมะพร้าว และพลาสติกขนาด 2×3 เมตร

วิธีการทำหัวเชื้อราขาว (IMO2)

– ทำในร่ม นำของแห้งมาผสมให้เข้ากันโดยใช้คราดสับไปมา 2 ครั้ง แล้วขึ้นแปลงเป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้าหนา 1 ฝ่ามือ

– ราดด้วยน้ำหมักผสมน้ำแล้วใช้คราดสับไปมา 3 ครั้ง(ราดแล้วสับ)

– แบ่งกองออกเป็น 3 ส่วน เอาส่วน 2 ข้างขึ้นกองบนส่วนกลางสูงไม่เกิน 70 เซนติเมตร เอาน้ำหมักที่เหลือราดให้ทั่วให้ได้ความชื้น 60% แล้วใช้ฟางแห้งคลุมด้านบน 1 ฝ่ามือ แล้วคลุมด้วยพลาสติกทับด้วยของหนักรอบทั้ง 4 ด้าน ทิ้งไว้ 8-10 วัน เปิดแล้วสับด้วยคราด นำไปใช้หรือตักใส่กระสอบ 2 ใน 3 ส่วน มัดวางเก็บไว้บนดินในร่ม (นำไปใช้กับพืชยังไม่ได้ ต้องทำเป็น IMO3) ใช้กำจัดมลภาวะ กำจัดขยะ ใส่พื้นคอกสัตว์เพื่อกำจัดกลิ่นเหม็น

3. การทำหัวเชื้อขยาย (IMO3)

– นำหัวเชื้อราขาว 1 กระสอบ มาขยายโดยการทำเช่นเดียวกับ การต่อหัวเชื้อราขาว (IMO2)
– ใช้ประโยชน์ในการทำเป็นปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยธรรมชาติ ใช้ร่วมกับน้ำหมักจุลินทรีย์ 7 ชนิด โดยการใส่ ราด หรือฉีดพ่น

 

 

 

 

 

 

การผลิตน้ำหมักจุลินทรีย์ 3 ประเภท 7 ชนิด

ประเภทที่ 1 จากพืช (พืชสีเขียว ผลไม้สุก พืชสมุนไพร)

1. น้ำหมักจุลินทรีย์จากพืชสีเขียวและสด

เลือกเอาส่วนยอดดีที่สุด เช่น ผักบุ้ง หน่อไม้ หน่อกล้วย ควรเก็บในตอนเช้า ก่อนตะวันขึ้น เลือกเอาส่วนที่เขียวสุด ห้ามล้างน้ำนำมาหั่นเป็นชิ้นขนาด 2-4 ซม. หมักกับน้ำทรายแดง และเกลือ ในอัตราส่วน 7:3:1 เป็นเวลา 8-10 วัน (โดยให้อยู่ในร่ม)

2. น้ำหมักจุลินทรีย์จากผลไม้สุก

ใช้ผลไม้สุกอย่าง 3 ชนิดรวมกัน(ห้ามล้างน้ำ) เช่น กล้วยน้ำว้า มะละกอ มะม่วง ฟักทอง หรือถ้าไม่มีให้ใช้อะไรก็ได้ หมักกับน้ำตาลทรายแดง ในอัตราส่วน 1:1 หั่นผลไม้สุกเป็นชิ้น 2-4 เซนติเมตร หมักกับน้ำตาล เป็นเวลา 8-10 วัน

3. น้ำหมักจุลินทรีย์จากพืชสมุนไพร

(เหล้ายาดอง)ใช้พืชสมุนไพรอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น ชะเอม โสมตังกุย อบเชย กระชายดำ ขิง ข่า ตะไคร้ กระเทียม มะแขว่น ไพล ฯลฯ โดยหั่นวัสดุ 2-4 เซนติเมตร หมักกับน้ำตาลทรายแดง

ประเภทที่ 2 จากน้ำซาวข้าว (นมสด, เปลือกไข่, ถ่านกระดูกสัตว์)

4. น้ำหมักจุลินทรีย์จากนมสดกับน้ำซาวข้าว

          ได้นมเปรี้ยวหรือแลคโตบาซิลลัส ใช้นมสด 6 กิโลกรัม หมักกับน้ำซาวข้าว 10 ลิตร และน้ำซาวข้าวหมักรำอ่อน 1 ขวด (หมักก่อน 4-5 วัน) เป็นเวลา 8-10 วัน

5. น้ำหมักจุลินทรีย์จากเปลือกไข่กับน้ำซาวข้าว

          ได้แคลเซียม ใช้เปลือกไข่ตากแห้ง 1 กิโลกรัม หมักกับน้ำซาวข้าว 10 ลิตร เป็นเวลา 8-10 วัน

ข้อควรพิจารณา

– ควรเป็นน้ำซาวข้าว จากการแช่ข้าวเหนียว 1 คืน หรือใช้น้ำมะพร้าวก็ได้

– เปลือกไข่ ต้องนำไปตากทิ้งไว้อย่างน้อย 3 แดด (บี้เป็นชิ้น ๆ แต่ไม่เป็นผง)

6. น้ำหมักจุลินทรีย์จากถ่านกระดูกสัตว์กับน้ำซาวข้าว

ได้ฟอสฟอรัส ใช้ถ่านกระดูกสัตว์ 1 กิโลกรัม หมักกับน้ำซาวข้าว 10 ลิตร เป็นเวลา 8-10 วัน โดยเก็บไว้ในที่ร่ม

ข้อควรพิจารณา

– นำกระดูกไปต้มให้ไขมันออกให้หมดก่อน

– นำไปตากให้แห้งสนิท

– นำไปเผาไฟจนสีแดง แล้วนำไปจุ่มน้ำและนำไปตากให้แห้งสนิท (ทุบให้ได้ 2-4 เซนติเมตร)

           ประเภทที่ 3 จากสัตว์ (เศษกุ้ง, หอย, ปู, ปลา, ไส้เดือน, รกหมู)

7. น้ำหมักจุลินทรีย์จากสัตว์

ได้โปรตีน ใช้เศษกุ้ง หอย ปู ปลา ไส้เดือน รกหมู อย่างใดอย่างหนึ่ง หมักกับน้ำตาลทรายแดงในอัตราส่วน 1:1 เป็นเวลา 15 วัน

ข้อพิจารณา

– ห้ามล้างน้ำ

– หมั่นใช้ไม้คนบ่อย ๆ วันละ 1-2 ครั้ง

– ควรนำไปใช้ภายใน 45 วัน

 การให้น้ำให้อาหารสัตว์และการดูแลพื้นคอก

          การให้น้ำสัตว์

– ผสมน้ำหมักจุลินทรีย์ 7 ชนิด อย่างละ 2 ช้อน (14 ช้อน) กับน้ำ 10 ลิตรให้สัตว์กินตั้งแต่เริ่มเลี้ยง

– หมั่นตรวจดูอย่าให้น้ำสกปรก และอย่าให้ขาดน้ำ

– หากมีการล้างที่ให้น้ำ ควรเอาน้ำสาดลงบนพื้นคอก จะทำให้จุลินทรีย์ลงไปช่วยระงับกลิ่นได้

– หลังจากเลี้ยงสัตว์ได้ 1 อาทิตย์ ให้ใส่ ราด พ่น (ใส่หัวเชื้อราขาว ราดด้วยน้ำหมักจุลินทรีย์ 7 ชนิด อย่างละ 2 ช้อน กับน้ำตาลทรายแดง 4 ช้อน ผสมน้ำ 1 ถังสี พ่นด้วยน้ำหมักจุลินทรีย์ 7 ชนิด อย่างละ 2 ช้อน กับน้ำตาลทรายแดง 4 ช้อน กับน้ำหมักยาฆ่าแมลง 4 ช้อนผสมน้ำ 1 ถังสี) ห่างกัน 3-5-7 วัน (หรือทุกวันที่ 3 8 15 ของเดือน) ทุกเดือน



 

 

 

 

Author

ว่าที่ร้อยตรีสมบูรณ์ ระดม
สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้

โรคพีอาร์อาร์เอส (Porcine Reproductive and Respiratory Syndrome) โรคสุกรที่กำลังระบาดในประเทศไทย

โรคพีอาร์อาร์เอส (PRRS) เป็นชื่อเรียกย่อของโรค Porcine Reproductive and Respiratory Syndrome จัดเป็นโรคระบาดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. […]

“กระชายดำ” ว่ากันว่า ไวอากร้าเมืองไทย

Highlights กระชายดำ มีสรรพคุณในการกระตุ้นกำหนัด กระตุ้นประสาท บำรุงประสาทและสายตา สร้างความสมดุลของความดันโลหิต แก้โรคบิด ปวดท้อง สำหรับสตรี กระชายดำจะช่วยขยายหลอดเลือด […]

“ว่านน้ำ” พืชสมุนไพรผู้อารักขาพืช

Highlights มีการใช้ประโยชน์จากว่านน้ำในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชทดแทนการใช้สารเคมี ทำให้ว่านน้ำถูกจัดให้เป็นพืชสมุนไพรเพื่อการอารักขาพืช โดยใช้ประโยชน์จากน้ำมันหอมระเหยที่สกัดได้จากเหง้าของว่านน้ำ น้ำมันหอมระเหยที่สกัดได้ มีคุณสมบัติเป็นพิษต่อระบบประสาทของแมลง โดยออกฤทธิ์เป็นยาฆ่าแมลง ขับไล่แมลง หยุดชะงักการกินอาหาร ยับยั้งการสืบพันธุ์ของแมลง […]

การเพาะเลี้ยงกบบนพื้นที่สูง

Highlights การเพาะเลี้ยงกบ เป็นอาชีพทางด้านการประมงอีกอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจ เพราะเป็นสัตว์ที่เลี้ยงง่าย    กินอาหารน้อย เจริญเติบโตเร็ว ต้นทุนการผลิตต่ำ ใช้เวลาเลี้ยงสั้น สามารถบริโภคได้ตั้งแต่ระยะลูกอ๊อด […]

%d bloggers like this: