วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

โรคลัมปีสกิน (Lumpy skin disease) : โรคอุบัติใหม่ในโค-กระบือ ในประเทศไทย

  • โรคลัมปีสกิน เป็นโรคระบาดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. 2558 โรคนี้เกิดเฉพาะในโค-กระบือเท่านั้น ไม่ติดต่อสู่คนและสัตว์ชนิดอื่น
  • โรคนี้พบในทวีปแอฟริกา จัดเป็นโรคอุบัติใหม่ในประเทศไทย พบครั้งแรกที่จังหวัดร้อยเอ็ดเมื่อปลายเดือนมีนาคม พ.ศ. 2564 ปัจจุบันโรคนี้กระจายไปในหลายจังหวัด ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ ภาคตะวันตก และภาคใต้

ที่มา : https://drive.google.com/file/d/13jbyteV0KaC3BcoF7dNEQ-wy7EXkRV28/view (วันที่ 28 พฤษภาคม 2564)

สาเหตุ
โรคนี้เกิดจากเชื้อไวรัส ชื่อว่า Lumpy skin disease virus (LSDV) มีสารพันธุกรรมเป็นดีเอ็นเอ จัดอยู่ในสกุล Capripoxvirus ซึ่งเป็นไวรัสก่อโรคฝีดาษ

การติดต่อ
o โรคนี้ติดต่อผ่านทางแมลงดูดเลือด เช่น ยุง แมลงวันดูดเลือด เห็บ โดยพาหะเหล่านี้ดูดเลือดสัตว์ที่มีเชื้อ แล้วไปกัดสัตว์ตัวอื่นพร้อมกับถ่ายเชื้อ รวมถึงการติดต่อผ่านทางการสัมผัสโดยตรงกับสะเก็ดแผล และสิ่งคัดหลั่งต่างๆ เช่น น้ำมูก น้ำเชื้อ และน้ำลาย เป็นต้น และการใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน เชื้อไวรัสสามารถอยู่ในสะเก็ดแผลได้นานอย่างน้อย 30 วัน
o สัตว์จะเริ่มแสดงอาการป่วยหลังจากติดเชื้อไปแล้ว 4-28 วัน

อาการ
o ตุ่มนูนแข็งขึ้นตามลำตัวขนาดประมาณ 2-5 เซนติเมตร ซึ่งต่อมาตุ่มอาจแตกออก และตกสะเก็ด หรือมีหนอนแมลงวันมาไชจนเป็นแผล ต่อมน้ำเหลืองบวมโต อาจมีไข้สูงและซึม อาจพบตาหรือข้ออักเสบ อาจพบตุ่มน้ำใสที่เยื่อเมือกในปากและจมูก และอาจมีน้ำนมลดในโคนม สัตว์บางตัวเป็นหมันชั่วคราวหรือถาวร และอาจแท้งลูกได้

ที่มา : https://www.thairath.co.th/news/local/2105051 (วันที่ 1 มิถุนายน 2564)

ที่มา : https://rr-asia.oie.int/en/events/lumpy-skin-disease-webinar-series (วันที่ 1 มิถุนายน 2564)

ผลกระทบทางเศรษฐกิจ
o โรคนี้มีอัตราการป่วยประมาณ 5-45% และมีอัตราการตายน้อยกว่า 10% ผลกระทบส่วนใหญ่เกิดจากการที่สัตว์ให้ผลผลิตลดลง

การวินิจฉัย
o วินิจฉัยจากอาการ
o วินิจฉัยทางห้องปฏิบัติการ โดยตรวจหาสารพันธุกรรมของไวรัสจากตัวอย่างเลือด สิ่งคัดหลั่ง และตัวอย่างสิ่งขูดตรวจจากผิวหนัง และตรวจหาแอนติบอดีต่อไวรัสจากตัวอย่างเลือด

การรักษา
o ต้องแยกสัตว์ป่วยออกจากฝูงเพื่อป้องกันการแพร่เชื้อ
o ไม่มีวิธีการรักษาจำเพาะ ใช้วิธีการรักษาตามอาการ โดยให้ยาลดไข้ ลดอักเสบ
o อาจต้องคัดทิ้งเพราะให้ผลผลิตไม่ดีในระยะยาว

การป้องกัน
o กำจัดพาหะ โดยการพ่นยากำจัดแมลง
o ล้างคอก
o พ่นยาฆ่าเชื้อโรค
o งดการเคลื่อนย้ายสัตว์ป่วยออกนอกฟาร์ม และไม่นำสัตว์ใหม่เข้าฟาร์ม
o ปัจจุบันกรมปศุสัตว์นำเข้าวัคซีนป้องกันโรค และได้เริ่มแจกจ่ายให้แก่เกษตรกรแล้ว
o เมื่อพบสัตว์ป่วยต้องรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ปศุสัตว์ในพื้นที่ หรือสายด่วนกรมปศุสัตว์ โทร 063-225-6888

ที่มา : https://www.khaosod.co.th/around-thailand/news_6428264 (วันที่ 1 มิถุนายน 2564)

ที่มา : https://www.matichon.co.th/news-monitor/news_2711561 (วันที่ 1 มิถุนายน 2564)

Author

 

 

 

 

 

นายสัตวแพทย์ ดร.วศิน เจริญตัณธนกุล
สาขาเทคโนโลยีชีวภาพ
คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยแม่โจ้

โรคพีอาร์อาร์เอส (Porcine Reproductive and Respiratory Syndrome) โรคสุกรที่กำลังระบาดในประเทศไทย

โรคพีอาร์อาร์เอส (PRRS) เป็นชื่อเรียกย่อของโรค Porcine Reproductive and Respiratory Syndrome จัดเป็นโรคระบาดตามพระราชบัญญัติโรคระบาดสัตว์ พ.ศ. […]

การเพาะพันธุ์ปลาไหลนาโดยวิธีกึ่งเลียนแบบธรรมชาติ

Highlights ปลาไหลนา (Monopterus albus) เป็นปลาน้ำจืดเศรษฐกิจ พบได้ทั่วไปตามแหล่งน้ำธรรมชาติทุกภาคของประเทศ โดยผลผลิตที่จำหน่ายในท้องตลาดส่วนใหญ่รวบรวมจากธรรมชาติ ซึ่งมีปริมาณที่ไม่แน่นอน การนำองค์ความรู้ด้านวิทยาต่อมไร้ท่อการสืบพันธุ์ของปลามาประยุกต์ใช้ในการเพาะพันธุ์ปลาไหลนาโดยวิธี “กึ่งเลียนแบบธรรมชาติ” […]

มารู้จักวัคซีนป้องกันโควิด-19 กันเถอะ

การต่อสู้กับ COVID-19 ทำให้การพัฒนาวัคซีนเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นประวัติการณ์ นับตั้งแต่ธันวาคม 2563 เป็นต้นมา มีวัคซีนมากกว่า 170 ชนิดอยู่ในระหว่างการทดลอง ในจำนวนนี้มีอย่างน้อย […]

เครื่องดื่มน้ำนมถั่วเจ็ดสีพาสเจอไรซ์: เปี่ยมด้วยคุณค่า โภชนาการสูง

รูปที่ 1 เครื่องดื่มน้ำนมถั่วเจ็ดสีพาสเจอไรซ์ (Seven color of pasteurized bean milk beverage) เครื่องดื่มน้ำนมถั่วเจ็ดสีพาสเจอไรซ์ […]

%d bloggers like this: